ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

AWS Cloud Security

ศูนย์ระเบียบการคุ้มครองข้อมูลทั่วไป (GDPR)

การปฏิบัติตามข้อกำหนดของ GDPR เมื่อใช้บริการของ AWS

ระเบียบการคุ้มครองข้อมูลทั่วไป (GDPR) แห่งสหภาพยุโรปทำหน้าที่ปกป้องสิทธิพื้นฐานในด้านความเป็นส่วนตัวและการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป (EU) GDPR ประกอบด้วยข้อกำหนดสำคัญที่จะช่วยยกระดับและสร้างประสานรวมมาตรฐานต่างๆ เพื่อการปกป้องข้อมูล ความปลอดภัย และการปฏิบัติตามข้อกำหนด โปรดตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ GDPR ด้านล่าง

ลูกค้า AWS สามารถใช้บริการของ AWS เพื่อประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ตามที่กำหนดไว้ใน GDPR) ซึ่งอัปโหลดไปยังบริการของ AWS ภายใต้บัญชี AWS (ข้อมูลลูกค้า) ในการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ GDPR นอกจากนี้ในด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดของเรา AWS มุ่งมั่นที่จะให้บริการและมอบทรัพยากรแก่ลูกค้าของเราเพื่อช่วยให้ลูกค้าปฏิบัติตามข้อกำหนด GDPR ซึ่งอาจมีผลบังคับใช้กับกิจการของพวกเขาได้ ฟีเจอร์ใหม่จะมีการเปิดตัวเป็นประจำ และ AWS ก็มีฟีเจอร์และบริการมากกว่า 500 รายการที่มุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด อ่านบล็อก วิธีที่ AWS ช่วยให้ลูกค้าในสหภาพยุโรปดำเนินการด้านการคุ้มครองข้อมูลรูปแบบใหม่ในสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อดูเพิ่มเติมว่า AWS กำลังทำอะไร

สิ่งที่สำคัญ

การควบคุมของลูกค้า

ลูกค้ามีสิทธิ์ควบคุมข้อมูลของตนเอง AWS ช่วยให้ลูกค้าทำสิ่งต่อไปนี้ได้

  • กำหนดได้ว่าจะเก็บข้อมูลของลูกค้าเองไว้ที่ใด รวมทั้งประเภทของพื้นที่จัดเก็บและ Region ทางภูมิศาสตร์ของภูมิภาคของพื้นที่จัดเก็บนั้น
  • เลือกสถานะที่ปลอดภัยของข้อมูลของตนเอง เรามีการเข้ารหัสที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับข้อมูลของลูกค้าในระหว่างส่งและจัดเก็บ และเราให้ตัวเลือกกับลูกค้าในการจัดการคีย์การเข้ารหัสด้วย
  • จัดการการเข้าถึงข้อมูลของลูกค้าเองและการเข้าถึงบริการและทรัพยากรของ AWS ผ่านผู้ใช้ กลุ่ม สิทธิ์ และข้อมูลประจำตัวที่ลูกค้าควบคุม

การถ่ายโอนภายนอกเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA)

ลูกค้า AWS สามารถใช้บริการของ AWS ต่อไปเพื่อถ่ายโอนข้อมูลตนเองจาก EEA ไปยังประเทศที่อยู่นอก EEA ซึ่งไม่ได้รับการพิจารณาว่ามีการคุ้มครองที่เพียงพอจากคณะกรรมาธิการยุโรป (รวมถึงสหรัฐอเมริกา) โดยเป็นไปตาม GDPR ที่ AWS สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลของลูกค้า และเราได้นำมาตรการด้านเทคนิคและด้านองค์กรที่เข้มงวดมาใช้เพื่อคุ้มครองการรักษาความลับ ความสมบูรณ์ และความพร้อมใช้งานของข้อมูล ไม่ว่าลูกค้าจะเลือก AWS Region ใดก็ตาม เราทราบดีว่าความโปร่งใสนั้นสำคัญกับลูกค้าของเรา เราระบุบริการของ AWS ที่มีการถ่ายโอนข้อมูลของลูกค้าไว้ในหน้าเว็บฟีเจอร์ด้านความเป็นส่วนตัวของเรา

ในขณะที่ขอบเขตด้านระเบียบบังคับและกฎหมายพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เราก็จะยังมุ่งทำงานเพื่อดูแลให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จากบริการของ AWS ต่อไปได้เสมอ ไม่ว่าลูกค้าจะดำเนินงานที่ใด โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่การอัปเดตถึงลูกค้าเกี่ยวกับการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวในการโอนข้อมูลระหว่างสหภาพยุโรปกับสหรัฐอเมริกา และบล็อกโพสต์ของเราเกี่ยวกับบทเสริมภาคผนวกการประมวลผลข้อมูลของ AWS และหลักจรรยาบรรณในการคุ้มครองข้อมูลของ CISPE สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ภาพรวมและข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับ GDPR

เปิดทั้งหมด

    ระเบียบการคุ้มครองข้อมูลทั่วไป (GDPR) คือกฎหมายด้านความเป็นส่วนตัวแห่งชาติยุโรปซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2018 GDPR เข้ามาแทนที่ EU Data Protection Directive หรือเรียกอีกอย่างว่า Directive 95/46/EC โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อประสานกฎหมายคุ้มครองข้อมูลทั่วทั้งสหภาพยุโรป (EU) ให้กลายเป็นหนึ่งเดียวโดยการใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลซึ่งผูกพันครอบคลุมทุกประเทศสมาชิก

    GDPR มีผลกับองค์กรทุกรูปแบบที่จัดตั้งขึ้นในสหภาพยุโรปและองค์กรอื่นๆ ที่ไม่ว่าจะจัดตั้งขึ้นในสหภาพยุโรปหรือไม่ก็ตาม ซึ่งมีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่อยู่ในสหภาพยุโรปซึ่งเกี่ยวข้องกับการเสนอสินค้าหรือไม่ก็บริการไปยังเจ้าของข้อมูลที่อยู่ในสหภาพยุโรป หรือเกี่ยวกับการเฝ้าติดตามพฤติกรรมซึ่งเกิดขึ้นในสหภาพยุโรป ข้อมูลส่วนบุคคลคือข้อมูลใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่ได้รับการระบุตัวตนหรือบุคคลธรรมดาที่สามารถระบุตัวตนได้ รวมถึงชื่อ อีเมล และหมายเลขโทรศัพท์

    AWS ทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ประมวลผลข้อมูลและผู้ควบคุมข้อมูลภายใต้ GDPR

    SCC เป็นกลไกการถ่ายโอนข้อมูลที่ได้รับการอนุมัติล่วงหน้าภายใต้ GDPR ซึ่งมีผลบังคับใช้ในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปทั้งหมด โดย SCC จะทำให้สามารถถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังประเทศที่อยู่นอกเขตเศรษฐกิจยุโรปซึ่งไม่ได้รับการพิจารณาว่ามีการคุ้มครองที่เพียงพอจากคณะกรรมาธิการยุโรป (ประเทศภายนอก) ได้อย่างถูกกฎหมาย

    ข้อกำหนดการให้บริการของ AWS ประกอบด้วย SCC ที่คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ลงมติในเดือนมิถุนายน 2021 และ AWS DPA ยืนยันว่าจะดำเนินการตาม SCC โดยอัตโนมัติทุกครั้งที่ลูกค้าของ AWS ใช้บริการของ AWS เพื่อถ่ายโอนข้อมูลของลูกค้าไปยังประเทศภายนอกเขตเศรษฐกิจยุโรปซึ่งไม่ได้รับการพิจารณาว่ามีการคุ้มครองที่เพียงพอจากคณะกรรมาธิการยุโรป (ประเทศภายนอก) ตามข้อกำหนดการให้บริการของ AWS นั้น SCC ใหม่จะมีผลบังคับใช้โดยอัตโนมัติทุกครั้งที่ลูกค้าใช้บริการของ AWS เพื่อถ่ายโอนข้อมูลของลูกค้าไปยังประเทศภายนอก ลูกค้าบางรายที่ได้ลงนามใน AWS DPA ยังสามารถใช้ AWS DPA ดังกล่าวต่อไปได้ เนื่องจาก SCC ใหม่ในข้อกำหนดการให้บริการของ AWS จะมาแทนที่ SCC เวอร์ชันก่อนหน้า ดังนั้นลูกค้าจึงสบายใจได้ว่าข้อมูลของลูกค้าที่ถูกถ่ายโอนไปยังประเทศภายนอกโดยใช้บริการของ AWS จะได้รับการคุ้มครองสูงในระดับเดียวกันกับข้อมูลของลูกค้าที่ได้รับในเขตเศรษฐกิจยุโรป สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บล็อกโพสต์เกี่ยวกับการบังคับใช้เงื่อนไขสัญญามาตรฐานใหม่

การปฏิบัติตามข้อกำหนดของ AWS และ GDPR หลังจากการสั่ง Schrems II และคำแนะนำของ EDPB

เปิดทั้งหมด

    ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2020 ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป (CJEU) ออกคำสั่งว่าด้วยการถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่อยู่ในสหภาพยุโรปภายนอก EEA (Schrems II) ใน Schrems II นี้ CJEU ออกคำสั่งว่าการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวในการโอนข้อมูลระหว่างสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกานั้น ไม่ใช่กลไกที่ถูกต้องสำหรับการถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลจาก EEA ไปยังสหรัฐฯ อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม CJEU ยืนยันในคำสั่งเดียวกันว่าบริษัทต่างๆ สามารถ (ภายใต้มาตรการเสริมที่บังคับใช้ หากจำเป็น) ใช้เงื่อนไขสัญญามาตรฐานเป็นกลไกที่ถูกต้องสำหรับการถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลภายนอก EEA ต่อไปได้ คณะกรรมการด้านการคุ้มครองข้อมูลของยุโรป (EDPB) ซึ่งเป็นองค์กรในยุโรปที่ประกอบด้วยตัวแทนของหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลระดับประเทศนั้น ได้ระบุรายการมาตรการเสริมโดยสังเขปใน “คำแนะนำ 01/2020 เกี่ยวกับมาตรการที่เสริมเครื่องมือถ่ายโอนข้อมูลเพื่อให้มีการปฏิบัติตามข้อกำหนดในระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใน EU” (คำแนะนำของ EDPB)

    ได้ ลูกค้า AWS สามารถใช้บริการของ AWS ต่อไปเพื่อถ่ายโอนข้อมูลตนเองจากยุโรปไปยังประเทศที่อยู่นอก EEA ซึ่งไม่ได้รับการพิจารณาว่ามีการคุ้มครองที่เพียงพอจากคณะกรรมาธิการยุโรป คำสั่ง Schrems II อนุมัติการใช้เงื่อนไขสัญญามาตรฐาน (SCCs) เป็นกลไกในการถ่ายโอนข้อมูลของลูกค้าภายนอก EEA และลูกค้า AWS สามารถพึ่งพาเงื่อนไขสัญญามาตรฐาน (SCCs) สำหรับการถ่ายโอนข้อมูลของลูกค้าใดๆ ภายนอก EEA โดยเป็นไปตาม GDPR

    ใช่ AWS อาจใช้ผู้ประมวลผลชั้นรองมีสามประเภท ได้แก่ (1) นิติบุคคลของ AWS ที่ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานที่บริการของ AWS ทำงาน (2) นิติบุคคลของ AWS ที่รองรับบริการของ AWS เฉพาะ ซึ่งอาจกำหนดให้เอนทิตีเหล่านี้ประมวลผลข้อมูลลูกค้า และ (3) บุคคลภายนอกที่ AWS ทำสัญญาเพื่อจัดเตรียมกิจกรรมการประมวลผลสำหรับบริการของ AWS ที่เฉพาะเจาะจง หน้าเว็บผู้ประมวลผลข้อมูลชั้นรองของ AWS ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ประมวลผลชั้นรองที่ AWS นำมาร่วมประมวลผลตาม AWS DPA เพื่อจัดเตรียมกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลลูกค้าในนามของลูกค้า ผู้ประมวลผลชั้นรองที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าแต่ละรายจะขึ้นอยู่กับ AWS Region ที่ลูกค้าเลือกและบริการของ AWS เฉพาะที่ลูกค้าใช้

    เอกสารรายงานของ AWS ว่าด้วยการดำเนินการปฏิบัติตามข้อกำหนดการถ่ายโอนข้อมูลของสหภาพยุโรป ให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริการและแหล่งข้อมูลที่ AWS เสนอให้ลูกค้าเพื่อช่วยลูกค้าดำเนินการประเมินการถ่ายโอนข้อมูลให้เป็นไปตามกฎ Schrems II และรับข้อแนะนำจากคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลแห่งสหภาพยุโรป เอกสารรายงานยังอธิบายมาตรการสำคัญเพิ่มเติมที่มีและดำเนินงานโดย AWS เพื่อคุ้มครองข้อมูลของลูกค้า

    AWS ได้เสนอข้อมูลที่มีประโยชน์ให้แก่ลูกค้า ซึ่งประกอบด้วยรายงานหลายฉบับเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อกำหนดจากผู้ตรวจสอบจากภายนอก ซึ่งได้ยืนยันถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดของเรากับมาตรฐานและข้อบังคับด้านความปลอดภัยที่หลากหลาย เพื่อเป็นการพิสูจน์ถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดระดับสูงที่ AWS รักษาไว้ให้กับโครงสร้างพื้นฐาน รายงานเหล่านี้แสดงให้ลูกค้าของเราเห็นว่าเรากำลังปกป้องข้อมูลของพวกเขา ซึ่งเลือกที่จะประมวลผลบน AWS ตัวอย่างของเราประกอบด้วยการปฏิบัติตามข้อกำหนด ISO 27001, 27017 และ 27018 ของ AWS ISO 27018 ประกอบด้วยการควบคุมความปลอดภัยที่มุ่งเน้นเรื่องการคุ้มครองข้อมูลของลูกค้า

    ได้ จรรยาบรรณการคุ้มครองข้อมูลการลงทะเบียนสาธารณะของผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานในระบบคลาวด์ในยุโรป (CISPE) ประกอบด้วยรายการบริการ AWS ที่ปฏิบัติตาม CISPE เป็นความร่วมมือกันของผู้นำการประมวลผลบนคลาวด์ที่ให้บริการลูกค้าชาวยุโรปหลายล้านคน หลักจรรยาบรรณในการคุ้มครองข้อมูลของ CISPE (CISPE Code) เป็นหลักจรรยาบรรณในการคุ้มครองข้อมูลแห่งภาคพื้นยุโรปฉบับแรกที่มุ่งเน้นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ในยุโรป จรรยาบรรณ CISPE ได้รับการอนุมัติโดยคณะกรรมการด้านการคุ้มครองข้อมูลของยุโรป ซึ่งดำเนินการในนามของหน่วยงานคุ้มครองข้อมูล 27 แห่งทั่วยุโรป และได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการโดยหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลของฝรั่งเศส (CNIL) ซึ่งทำหน้าที่เป็นหัวหน้าหน่วยงานกำกับดูแล ในปี 2017 ทาง AWS ได้ประกาศการปฏิบัติตามจรรยาบรรณ CISPE ฉบับก่อนหน้านี้

มาตรการทางเทคนิคและทางองค์กร

เปิดทั้งหมด

    GDPR จะไม่เปลี่ยนแปลงโมเดลความรับผิดชอบร่วมกันของ AWS ซึ่งยังคงมีความเกี่ยวข้องกับลูกค้า โมเดลความรับผิดชอบร่วมกันคือแนวทางที่มีประโยชน์ในการแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่างๆ ที่แตกต่างกันของ AWS (ในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูล หรือ ผู้ประมวลผลย่อย) และลูกค้า (ทั้งในฐานะผู้ควบคุมข้อมูล หรือ ผู้ประมวลผลข้อมูล) ภายใต้ GDPR

    ใช่ ทีมบริการประกันความปลอดภัยของ AWS ได้จัดกิจกรรมมากมายเพื่อช่วยลูกค้าในเส้นทางการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ GDPR ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ผ่านการรับรองในอุตสาหกรรมนี้จะช่วยให้ลูกค้าบรรลุหน้าที่ รักษา และตั้งระบบอัตโนมัติสำหรับการปฏิบัติตามข้อกำหนดในระบบคลาวด์ โดยเชื่อมโยงมาตรฐานการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติและฟังก์ชันเฉพาะบริการของ AWS สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมว่าที่ปรึกษา AWS Professional Services ช่วยลูกค้าอย่างไรบ้างได้ที่นี่

    ลูกค้าสามารถใช้ AWS Support เพื่อรับคำแนะนำทางเทคนิคเพื่อช่วยปูเส้นทางสู่การปฏิบัติตามข้อกำหนดของ GDPR ได้ โดยเรามีทีมวิศวกรสนับสนุนด้านระบบคลาวด์และผู้จัดการบัญชีฝ่ายเทคนิค (TAM) ที่ผ่านการฝึกมาเพื่อช่วยระบุและลดความเสี่ยงด้านปฏิบัติตามข้อกำหนดในฐานะส่วนหนึ่งของกิจกรรมนี้อีกด้วย ระดับการสนับสนุนที่ AWS มีให้จะขึ้นอยู่กับแผน AWS Support ที่ลูกค้าเลือก ลูกค้าที่กำลังต้องการจะเข้าใจว่า AWS Premium Support สามารถช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างไร สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน AWS Support Center ซึ่งมีให้ใช้งานผ่าน AWS Management Console (คอนโซลการจัดการของ AWS) โดยการใช้รายละเอียดการติดต่อซึ่งระบุไว้ในข้อตกลงการสนับสนุนสำหรับองค์กรที่ป้อนไว้ให้กับ AWS หรือไปที่หน้าเว็บ AWS Support ลูกค้าที่มีการสนับสนุนสำหรับองค์กรโปรดติดต่อ TAM ของตนหากมีคำถามที่เกี่ยวข้องกับ GDPR

    AWS มีกระบวนการตรวจสอบเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยและการแจ้งเตือนกรณีข้อมูลรั่วไหลเพียบพร้อมอยู่ และจะแจ้งให้ลูกค้าทราบถึงกรณีการเจาะระบบรักษาความปลอดภัยของ AWS โดยไม่มีการล่าช้าตาม AWS DPA AWS ยังมอบเครื่องมือมากมายให้ลูกค้าในการทำความเข้าใจว่าใครมีสิทธิ์เข้าถึงแหล่งข้อมูลตน เข้าถึงเมื่อใดและจากที่ใดบ้าง หนึ่งในเครื่องมือเหล่านั้นคือ AWS CloudTrail ซึ่งทำให้เกิดการกำกับดูแล การปฏิบัติตามข้อกำหนด การตรวจสอบการดำเนินงาน และการตรวจสอบความเสี่ยงของบัญชี AWS ด้วย AWS CloudTrail ลูกค้าจะสามารถบันทึก เฝ้าติดตามอย่างต่อเนื่อง และรักษาข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมของบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการต่างๆ ทั่วทั้งโครงสร้างพื้นฐาน AWS ได้ ซึ่งนี่จะช่วยให้องค์กรต่างๆ เข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับโครงสร้างพื้นฐาน AWS ของลูกค้าและสามารถลงมือจัดการกับกิจกรรมที่ไม่ปกติได้ทันที สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมือด้านความปลอดภัยอื่นๆ ที่ AWS มอบให้แก่ลูกค้าเพื่อช่วยให้บรรลุภาระผูกพันในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลภายใต้ GDPR ได้ ให้ดูที่หน้าเว็บการรักษาความปลอดภัยของ AWS Cloud

    AWS ยังมอบเครื่องมือมากมายให้แก่ลูกค้าและคู่ค้า APN เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลของลูกค้าและช่วยปกป้องจากการโจมตีทางไซเบอร์ หนึ่งในเครื่องมือดังกล่าวนั้นคือ AWS Shield ซึ่งนี่เป็นบริการป้องกัน Distributed Denial of Service (DDoS) ที่ได้รับการจัดการเพื่อปกป้องเว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่ทำงานบน AWS AWS Shield Standard มีให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และมีการตรวจจับที่ทำงานอยู่ตลอดเวลาและการลดการโจมตีภายในแบบอัตโนมัติที่จะลดเวลาหยุดทำงานและเวลาแฝงของแอปพลิเคชัน เพื่อการป้องกันระดับสูงจากการโจมตีที่มุ่งเป้าไปยังแอปพลิเคชันบนเว็บที่ทำงานบน AWS และใช้ทรัพยากร ELB, Amazon CloudFront, and Amazon Route 53 ลูกค้าและคู่ค้า APN สามารถสมัครใช้งาน AWS Shield Advanced ได้ ทั้งนี้ AWS ยังเผยแพร่และอัปเดตแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดของ AWS สำหรับความทนทานต่อความเสียหายจาก DDoS เป็นประจำ ซึ่งช่วยลูกค้าสามารถใช้ AWS เพื่อสร้างแอปพลิเคชันที่ยืดหยุ่นต่อการโจมตีของ DDoS ได้

    Amazon Macie เป็นบริการรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลที่ได้รับการจัดการแบบเต็มรูปแบบซึ่งใช้แมชชีนเลิร์นนิงและการจับคู่รูปแบบเพื่อค้นหาและปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของคุณใน AWS ในขณะที่องค์กรต่างๆ จัดการกับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การระบุและปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลในทุกระดับอาจมีความซับซ้อน มีราคาแพง และกินเวลามากขึ้น Amazon Macie จะทำให้การค้นหาข้อมูลส่วนบุคคลเป็นระบบอัตโนมัติในทุกระดับและลดค่าใช้จ่ายในการปกป้องข้อมูลของคุณ Macie จะมอบคลังบัคเก็ต Amazon S3 ให้โดยอัตโนมัติซึ่งรวมถึงรายการบัคเก็ตที่ไม่ได้เข้ารหัส บัคเก็ตที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และบัคเก็ตที่แชร์กับบัญชี AWS นอกเหนือจากที่คุณกำหนดไว้ใน AWS Organizations จากนั้น Macie จะใช้แมชชีนเลิร์นนิ่งและเทคนิคการจับคู่รูปแบบกับบัคเก็ตที่คุณเลือกเพื่อระบุและเตือนให้คุณทราบถึงข้อมูลส่วนบุคคล

    เพื่อช่วยเหลือลูกค้าในการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ GDPR AWS จึงมีเครื่องมือมากมายสำหรับควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่มีในเนื้อหาของลูกค้าบน AWS เครื่องมือเหล่านี้ประกอบด้วย:

    • ความปลอดภัยตั้งแต่เริ่มต้นหมายความว่าบริการของ AWS ถูกออกแบบมาให้ปลอดภัยตั้งแต่เริ่มต้น หากมีการใช้งานการกำหนดค่าเริ่มต้น การเข้าถึงทรัพยากรจะถูกล็อกให้เฉพาะเจ้าของบัญชีและผู้ดูแลระบบระดับรากเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงได้
    • AWS Identity and Access Management (IAM) ช่วยให้ลูกค้าจัดการสิทธิ์การเข้าถึงทรัพยากรและบริการของ AWS อย่างปลอดภัย เมื่อใช้ IAM องค์กรจะสามารถสร้างและจัดการผู้ใช้และกลุ่ม AWS ได้ และยังใช้สิทธิ์เพื่ออนุมัติหรือปฏิเสธไม่ให้ผู้ใช้เข้าถึงทรัพยากร AWS ได้เช่นเดียวกัน IAM เป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งในบัญชี AWS ที่ให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
    • AWS Multi-Factor Authentication เพิ่มชั้นป้องกันพิเศษสำหรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านของบัญชี AWS AWS มอบตัวเลือกของอุปกรณ์ MFA แบบเสมือนจริงและแบบฮาร์ดแวร์ให้แก่ลูกค้า
    • AWS Directory Service จะช่วยให้ลูกค้าผสานและรวมเข้ากับไดเรกทอรีขององค์กรเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านการจัดการและปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้ปลายทาง
    • AWS Config ช่วยลูกค้าให้สามารถใช้งานกฎที่จัดเตรียมไว้อยู่แล้วที่ช่วยรับประกันว่าทรัพยากร AWS ของลูกค้าจะอยู่ในสถานะที่มีการกำหนดค่าและปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างถูกต้องเหมาะสม
    • AWS CloudTrail จะทำให้ลูกค้าสามารถบันทึก เฝ้าติดตามอย่างต่อเนื่อง และรักษาข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการต่างๆ ทั่วทั้งโครงสร้างพื้นฐานของ AWS ได้ ซึ่งเป็นการลดความซับซ้อนในการวิเคราะห์ความปลอดภัย การติดตามการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากร และการแก้ปัญหา (AWS CloudTrail จะเปิดใช้งานในทุกบัญชี AWS ตามค่าเริ่มต้น)
    • Amazon Macie ใช้แมชชีนเลิร์นนิงเพื่อช่วยลูกค้าป้องกันการสูญหายของข้อมูลด้วยการค้นหา จัดหมวดหมู่ และปกป้องข้อมูลที่อ่อนไหวใน AWS โดยอัตโนมัติ บริการที่ได้รับการจัดการอย่างเต็มรูปแบบนี้จะเฝ้าติดตามกิจกรรมการเข้าถึงข้อมูลอย่างต่อเนื่องเพื่อตรวจหาความผิดปกติและส่งคำเตือนโดยละเอียดเมื่อตรวจพบความเสี่ยงจากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือข้อมูลรั่วไหลโดยไม่ได้ตั้งใจ – เช่น ข้อมูลที่อ่อนไหวที่ลูกค้าเผลอให้เกิดการเข้าถึงจากภายนอกโดยไม่ได้ตั้งใจ

    AWS มอบความสามารถในการเพิ่มความปลอดภัยอีกชั้นให้กับข้อมูลที่อยู่ในพื้นที่จัดเก็บของลูกค้าและคู่ค้า APN ในระบบคลาวด์ให้แก่ลูกค้าและช่วยให้ลูกค้าสามารถดำเนินการรักษาความปลอดภัยตามภาระผูกพันด้านการประมวลผลในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลภายใต้ GDPR ได้ เครื่องมือการเข้ารหัสที่พร้อมให้ใช้งานบน AWS ประกอบด้วย:

    • ความสามารถในการเข้ารหัสมีให้ใช้งานในบริการพื้นที่จัดเก็บและบริการฐานข้อมูลของ AWS เช่น Amazon Elastic Block Store, Amazon S3, Amazon Glacier, Amazon DynamoDB, Oracle RDS, SQL Server RDS และ Redshift
    • ตัวเลือกการจัดการคีย์ที่มีความยืดหยุ่น รวมทั้ง AWS Key Management Service จะช่วยให้คุณเลือกได้ว่าจะให้ AWS จัดการคีย์การเข้ารหัสหรือให้ลูกค้าเข้าควบคุมคีย์ได้เองอย่างสมบูรณ์
    • คิวข้อความที่ถูกเข้ารหัสสำหรับการส่งผ่านข้อมูลที่อ่อนไหวโดยใช้การเข้ารหัสฝั่งเซิร์ฟเวอร์ (SSE) สำหรับ Amazon SQS
    • พื้นที่จัดเก็บคีย์การเข้ารหัสลับด้วยฮาร์ดแวร์เฉพาะโดยใช้ AWS CloudHSM ทำให้ลูกค้าสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดได้

    นอกจากนี้ AWS ยังมี API ต่างๆ ให้ลูกค้าและคู่ค้าของ APN สามารถผนวกรวมการเข้ารหัสและการป้องกันข้อมูลกับบริการใดๆ ที่ลูกค้าพัฒนาหรือปรับใช้ในสภาพแวดล้อม AWS ได้

    AWS ได้มอบคุณสมบัติและบริการเฉพาะซึ่งช่วยลูกค้าให้บรรลุข้อกำหนดของ GDPR ดังนี้

    การควบคุมการเข้าถึง: อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ ผู้ใช้ และแอปพลิเคชันที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงทรัพยากร AWS

    • Multi-Factor Authentication (MFA)
    • การเข้าถึงวัตถุแบบละเอียดพิเศษใน Amazon S3-Buckets/ Amazon SQS/ Amazon SNS และอื่นๆ
    • การตรวจสอบสิทธิ์คำขอ API
    • ข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์
    • โทเค็นการเข้าถึงแบบชั่วคราวผ่าน AWS Security Token Service

    การเฝ้าติดตามและการบันทึก: รับภาพรวมเกี่ยวกับกิจกรรมบนทรัพยากร AWS ของคุณ

    • การบริหารจัดการสินทรัพย์และการกำหนดค่าด้วย AWS Config
    • การวิเคราะห์ความปลอดภัยและการตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้วย AWS CloudTrail
    • การระบุความท้าทายด้านการกำหนดค่าผ่าน AWS Trusted Advisor
    • การบันทึกแบบละเอียดพิเศษของการเข้าถึงอ็อบเจ็กต์ Amazon S3
    • ข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับการไหลในเครือข่ายผ่าน Amazon VPC Flow Logs
    • การตรวจสอบและการดำเนินการการกำหนดค่าซึ่งอิงตามกฎด้วย AWS Config Rules
    • คัดกรองและเฝ้าติดตามการเข้าถึงของ HTTP สู่แอปพลิเคชันด้วยฟังก์ชัน AWS WAF ใน AWS CloudFront

    การเข้ารหัส: การเข้ารหัสข้อมูลบน AWS

    • การเข้ารหัสข้อมูลที่จัดเก็บของคุณด้วย AES256 (EBS/S3/Glacier/RDS)
    • Key Management ซึ่งถูกจัดการแบบรวมศูนย์ (โดย AWS Region)
    • IPsec เจาะเข้าสู่ AWS ด้วยเกตเวย์ VPN
    • โมดูล Dedicated HSM ในระบบคลาวด์พร้อมด้วย AWS CloudHSM

    เฟรมเวิร์กการปฏิบัติตามข้อกำหนดและมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง: เราแสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติตามมาตรฐานนานาชาติที่รัดกุม เช่น:

AWS และ UK GDPR

เปิดทั้งหมด

    GDPR เป็นกฎระเบียบของสหภาพยุโรป และภายหลังการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร กฎระเบียบนี้ก็ไม่มีผลบังคับใช้กับสหราชอาณาจักรอีกต่อไป  รัฐบาลสหราชอาณาจักรได้รวมข้อกำหนดของ GDPR ลงในกฎหมายสหราชอาณาจักรเป็น “UK GDPR”

    บทเสริม UK GDPR ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดการให้บริการของ AWS รวมถึง SCC ที่ EC นำไปใช้และบทเสริมการถ่ายโอนข้อมูลระหว่างประเทศ (IDTA) ที่ออกโดยหน่วยงานกำกับดูแลการปกป้องข้อมูลของสหราชอาณาจักร (สำนักงานคณะกรรมาธิการข้อมูล)  IDTA แก้ไข SCC เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นการป้องกันที่เหมาะสมภายใต้ UK GDPR สำหรับการถ่ายโอนข้อมูลระหว่างประเทศไปยังประเทศนอกสหราชอาณาจักรที่ไม่ได้รับการยอมรับว่าปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลได้ในระดับที่เพียงพอ (ประเทศที่สามของสหราชอาณาจักร) บทเสริม UK GDPR ยืนยันว่า SCC (ตามที่แก้ไขโดย IDTA) จะมีผลบังคับใช้โดยอัตโนมัติเมื่อใดก็ตามที่ลูกค้าใช้บริการของ AWS เพื่อถ่ายโอนข้อมูลลูกค้าภายใต้ UK GDPR (ข้อมูลลูกค้าในสหราชอาณาจักร) ไปยังประเทศที่สามของสหราชอาณาจักร  ตามบทเสริม UK GDPRใน ข้อกำหนดการให้บริการของ AWS นั้น SCC (ตามที่แก้ไขโดย IDTA) จะมีผลบังคับใช้โดยอัตโนมัติเมื่อใดก็ตามที่ลูกค้าใช้บริการของ AWS ในการถ่ายโอนข้อมูลลูกค้าในสหราชอาณาจักรไปยังประเทศที่สามของสหราชอาณาจักร

AWS และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลของรัฐบาลกลางสวิตเซอร์แลนด์

เปิดทั้งหมด

    ภาคผนวกสวิตเซอร์แลนด์ของภาคผนวกการประมวลผลข้อมูลของ AWS ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อกําหนดการให้บริการของ AWS (ดูส่วนที่ 1.14.4) มีการระบุเงื่อนไขสัญญามาตรฐาน (“SCC”) ที่คณะกรรมาธิการยุโรปลงมติ และได้รับการแก้ไขตามที่กําหนดโดยคณะกรรมาธิการการคุ้มครองข้อมูลของรัฐบาลกลางสวิตเซอร์แลนด์ ภาคผนวกสวิตเซอร์แลนด์ยืนยันว่า SCC (ตามที่แก้ไขโดยภาคผนวกสวิตเซอร์แลนด์) จะมีผลบังคับใช้โดยอัตโนมัติเมื่อใดก็ตามที่ลูกค้าใช้บริการของ AWS เพื่อถ่ายโอนข้อมูลลูกค้าภายใต้ภาคผนวกสวิตเซอร์แลนด์ไปยังประเทศที่สาม

    เราขอแนะนำให้ลูกค้าที่มีคำถามเกี่ยวกับ GDPR ให้ติดต่อผู้จัดการบัญชี AWS ของตนก่อนเป็นอันดับแรก หากลูกค้าได้สมัครใช้งาน Enterprise Support แล้ว ลูกค้าจะสามารถติดต่อผู้จัดการบัญชีฝ่ายเทคนิค (TAM) ได้ด้วยเช่นกัน TAM ทำงานกับสถาปนิกโซลูชันเพื่อช่วยลูกค้าในการระบุความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้และการลดความเสี่ยงที่อาจเป็นไปได้ TAM และทีมบัญชียังสามารถระบุให้ลูกค้าและคู่ค้า APN เห็นถึงทรัพยากรที่เฉพาะเจาะจงโดยอิงจากสภาพแวดล้อมและความต้องการของพวกเขาได้